ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เปิดหน้าชกอย่างชัดเจน เมื่อ นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ 573/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  

คำสั่งดังกล่าวทำเอา “ประชาคมสาธารณสุข” ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการในคาถาของ นพ.ณรงค์ ออกอาการเต้นเป็นเจ้าเข้า ดาหน้าออกมาปกป้องแสดงจุดยืนคัดค้านคำสั่งฉบับนี้ โดยเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ตอกกลับรัฐมนตรีด้วยการตั้งโต๊ะแถลงกลางห้องทำงาน นพ.ประดิษฐ เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา

“ประชาคมสาธารณสุขไม่หวั่นเกรงอิทธิพลใดๆ และไม่ยอมรับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง”

ทว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ กลับไร้วี่แววของ นพ.ณรงค์ เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ระบุถึงพฤติกรรมอันมิชอบ 5 ประการของปลัดณรงค์ ซึ่งเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อล้มล้างรัฐบาล

ไม่ว่าจะเป็นการเกณฑ์ผู้ใต้บังคับบัญชามาประชุมที่ สธ. โดยอ้างว่าเป็นภารกิจของ สธ. ทั้งที่ในวันดังกล่าวกลับประชุมทางการเมือง ซึ่งความมิชอบของพฤติกรรมคือการใช้งบประมาณหลวงหรือทรัพย์สินอย่างไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ยังมีข้อครหาที่นพ.ณรงค์ แสดงออกอย่างนอกหน้า นั่งหัวโต๊ะที่ประชุมประชาคมสาธารณสุข และสนับสนุนให้ออกแถลงการต่อต้านรัฐบาล พร้อมทั้งประกาศกร้าวจะไม่รับคำสั่ง-ไม่สังฆกรรม กับรัฐบาลโกง หนำซ้ำยังพบพฤติกรรมการระดมคนมาให้กำลังใจตัวเอง

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการออกหนังสือคำสั่งโดยมิชอบ ส่งผลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กลายเป็นจำเลยของสังคม ด้วยถูกมองว่าพยายามฮุบอำนาจทำหน้าที่แทนปลัดสธ.ในระว่างที่ นพ.ณรงค์ ปฏิบัติราชการอยู่ต่างจังหวัด

ภาพการลุกฮือของประชาคมสาธารณสุขถือป้ายตะโกนขับไล่ไม่เอา นพ.ประดิษฐ และประกาศเขตปลอดรัฐมนตรีและนักการเมืองฉ้อฉล ไม่ต่างไปจากเมื่อครั้งที่กลุ่ม กปปส.นนทบุรี บุกขึ้นตึกสำนักปลัดสธ.เพื่อต่อต้าน นพ.ประดิษฐ

จะมีที่ผิดแผกจากกันอยู่บ้าง ก็ตรงที่กลุ่มหนึ่งสวมเครื่องแบบข้าราชการสีกากี อีกกลุ่มหนึ่งโพกหัวประดับประดาเครื่องแต่งกายด้วยสัญลักษณ์ของธงชาติ

คำสั่งดังกล่าว ยังส่งผลให้สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พลอยตกเป็นจำเลยของสังคมในฐานะหนึ่งผู้สนับสนุนรัฐบาล หนักกว่านั้นถูกตีความจากซีกของประชาคมสาธารณสุขด้วยว่า เป็นหน่วยงานที่ไม่ยืนอยู่เคียงข้างข้าราชการ

บานปลายใส่กันเละตุ้มเป๊ะ ทั้งที่จริงๆ แล้วงานนี้มีคู่ขัดแย้งเพียง 2 คน เท่านั้น

ในครั้งแรกที่ นพ.ประดิษฐ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงหมอ นพ.ณรงค์ คือคู่คิดและคอยรับลูกอย่างสบเหลี่ยมในทุกๆ นโยบายที่ นพ.ประดิษฐ ต้องการผลักดัน ... ถ้าเปรียบ นพ.ประดิษฐ เป็นกระเดือก นพ.ณรงค์ ก็เป็นคอหอย

หลากหลายนโยบายที่ถูกใส่จานพร้อมเสิร์ฟ ในเชิงลึกมาจาก “นพ.ณรงค์” แทบทั้งสิ้น โดยเฉพาะนโยบายที่สร้างความขัดแย้งชนิดร้าวลึกแก่กระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็น เขตสุขภาพ พีฟอร์พี หรือแม้แต่ปฏิรูปบทบาทสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ล้วนมีนพ.ณรงค์เป็น “ตัวชง” ส่วน นพ.ประดิษฐ ทำหน้าที่เป็น “ตัวฟาด” อย่างเดียว

อย่างไรก็ดี เบื้องหลังการทำงานอย่างเข้าขาชนิดแนบสนิทกลมเกลียวอาจไม่เป็นอย่างที่ใครเห็นทั้งหมด ด้วยแนวทางการทำงานที่แตกต่าง นพ.ประดิษฐ รวดเร็ว เด็ดขาด หวังผล ตามสไตล์นักธุรกิจ ขณะที่ นพ.ณรงค์ เอาชัวร์ ปลอดภัย และ “เป็นการเมือง” ตามสูตรข้าราชการเขี้ยวลากดิน

นพ.ณรงค์จึงเลือกที่จะยืนอยู่ด้านหลังยอมเป็นลมใต้ปีก นพ.ประดิษฐ มาโดยตลอด ที่สำคัญตลอดระยะเวลาที่ สธ.มีรัฐมนตรีชื่อประดิษฐ “นพ.ณรงค์” รอดพ้นการปะทะโดยเฉพาะกับชมรมแพทย์ชนบท ... จะมีก็ นพ.ประดิษฐ เท่านั้นที่โดนวิพากษ์ชนิดสาดเสียเทเสีย

“ผมคงคิดเร็วเกินไป ข้าราชการเลยตามไม่ทัน” นพ.ประดิษฐ เคยกล่าวเอาไว้ แต่ความเป็นจริงแล้วอาจตรงกันข้าม นั่นเพราะจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด นพ.ณรงค์ น่าจะคิดเร็วกว่าหลายชั้นมาก

นั่นเพราะตั้งแต่สถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่วิกฤตความขัดแย้ง อุดมการณ์ทางการเมืองบีบบังคับให้ใครหลายคนต้องเลือกข้าง ชัดเจนว่าภายในรั้วของสธ. “นพ.ประดิษฐ” ตกเป็นเป้านิ่งให้ “นพ.ณรงค์” ยืนรัวหมัด

ยิ่งช่วงข้ามคืนที่ “นพ.ณรงค์” หยิบยืมเสื้อคลุมคนดีของมวลมหาประชาชนมาสวมใส่ ยิ่งมีแรงหนุนให้กระทำการอะไรก็ได้ตามแต่ใจต้องการ ว่ากันอย่างตรงไปตรงมา นพ.ณรงค์ ลำพองและย่ามใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งได้รับเสียงชื่นชมจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ว่าเป็นข้าราชการตัวอย่าง ยิ่งทำให้สาวก กปปส.สรรเสริญเชิดชูอย่างถึงที่สุด

ถ้าวิเคราะห์จังหวะก้าวของ “นพ.ณรงค์” แน่นอนว่าเป็นจังหวะก้าวที่ชาญฉลาด เขาไม่เคยปะทะ ไม่เคยเปิดปากว่าสนับสนุน กปปส.แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธ ... และเมื่อ นพ.ประดิษฐ ที่เคยเป็นเกราะให้อิงแอบกลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง “นพ.ณรงค์” ก็เลือกใช้ “ประชาคมสาธารณสุข” เป็นที่กำบังอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ประชาคมสาธารณสุข และ นพ.ณรงค์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกันในประเด็นแนวทางการเคลื่อนไหวให้ สธ.ปลอดการเมือง ในวันนั้นประชาคมสาธารณสุขทำหน้าที่ “สับนักการเมือง” ขณะที่ นพ.ณรงค์ กลับเลือกที่จะพูดเฉพาะแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวง และเมื่อผู้สื่อข่าวยิงคำถามถึงจุดยืนทางการเมือง “นพ.ณรงค์” กลับโยนเผือกให้ นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดสธ.เป็นผู้ตอบแทน โดยเขานั่งพยักหน้าอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ

จังหวะก้าวเดินของ นพ.ณรงค์ ยังไม่หมดแค่นั้น ในขณะที่การเมืองกระแสหลักเดินมาถึงจุดที่ธงปฏิรูปถูกปักชัดทั่วประเทศ นพ.ณรงค์ เริ่มเดินสายหาเสียงกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกพื้นที่ นอกจากนี้ยังฝากนโยบายเขตสุขภาพให้ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เรียกได้ว่าทำงานเสมือนหนึ่งว่ากำลังแต่งตัวรอเป็นรัฐมนตรี

เรียกได้ว่าทำงานเข้าตากำนันสุเทพกว่าใครๆ จนทำให้เลขาธิการ กปปส.ต้องเดินทางมามอบนกหวีดทองคำ และประกาศชัดว่า หากมวลมหาประชาชนชนะนโยบายของนพ.ณรงค์ จะประกาศใช้ได้ทันที (แม้ว่าจะสร้างความขัดแย้งในสธ.ก็ตาม)

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. มอบนกหวีดทองคำ โดยมีปลัดสธ.เป็นตัวแทนรับมอบ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.57 ที่สธ.

การโหนกระแส กปปส.ของ นพ.ณรงค์ ยิ่งทำให้ “ผู้ใหญ่-ผู้อาวุโส” ในแวดวงสาธารณสุขตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นั่นเพราะผู้ใหญ่เหล่านั้นแม้ไม่เห็นด้วยเลยกับสิ่งที่ นพ.ณรงค์ เสนอ แต่อีกขาหนึ่งก็ยังเชียร์ กปปส.สุดแรง

ในเชิงลึก “ผู้ใหญ่” ถึงกับประชุมตั้งวงสนทนาลับๆ มาแล้วหลายครั้ง โดยเนื้อหาการหารือเผ็ดแสบเผ็ดร้อนออกอรรถรสอย่างยิ่ง มีการจับตา “นพ.ณรงค์” เป็นพิเศษ เนื่องจากทุกฝ่ายประเมินกันว่าลีลาของปลัดสธ.รายนี้ไม่ธรรมดา เรียกได้ว่า “รอบจัด” อย่างไม่เคยเจอมาก่อน

อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายคิดว่า “นพ.ประดิษฐ” ถอดใจแล้ว เนื่องจากตลอดที่เกิดความขัดแย้งในกระทรวงหมอ นพ.ประดิษฐ แทบจะไม่เข้ามาเหยียบในรั้วกระทรวงเลย และจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก็ย้ำแต่เพียงว่าขอให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน ส่วนความคิดเห็นส่วนตัวของ นพ.ประดิษฐ นั้น ก็เป็นไปในทิศทาง “พอแล้ว”

แต่อย่างที่บอกว่า นพ.ประดิษฐ คือนักธุรกิจ จะทำอะไรรวดเร็ว เด็ดขาด และหวังผล ดังนั้นจู่ๆ จึงมีหนังสือสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นพ.ณรงค์ ออกมา หลายฝ่ายเต้นเป็นเจ้าเข้า เพราะชัดยิ่งกว่าชัดว่า “นพ.ประดิษฐ” ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่งอีกต่อไป

อย่างที่บอกไว้ว่า ทั้งคู่ไก่เห็นตีนงู งูเห็นตีนไก่ ใครทำอะไรไว้ใครอีกคนย่อมรู้เป็นแน่ การที่ “นพ.ประดิษฐ” เดินเกมเร็วสวนกลับช็อตนี้ แน่นอนว่าผ่านการประเมินแล้วว่า “เป็นต่อ”

การเปิดหลักฐานเด็ดเรื่องบรรจุพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่นับอนาคตที่จะมีมหากาพย์การทุจริตยกใหญ่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับน้ำเกลือ ... ปลัดสธ.คนดีอาจเสียศูนย์

ในวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว กระแส กปปส.ยากที่จะดันต่อ เป็นไปได้ที่ทุกอย่างจะเข้าสู่โต๊ะเจรจาเพื่อหาทางยุติ ในขณะที่เพื่อไทยยังคงอยู่ในอำนาจ และ “นพ.ประดิษฐ” เป็นถึงระดับกุนซือของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

แน่นอนว่า “นพ.ณรงค์” รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร และกำลังเล่นอยู่กับอะไร การ “แทงหวย” ครั้งนี้โอกาสเสียมีมากกว่าได้ ... เวลานับจากนี้ไป “นพ.ณรงค์” ต้องสร้างฐานเสียงของตัวเองให้ได้มากที่สุด

เมื่อการเมืองภาพใหญ่จบลง แต่การเมืองในสธ.ไม่ได้จบตาม

กลุ่มแพทย์ชนบทไม่พอใจนโยบายพีฟอร์พีและปฏิรูปโครงสร้าง แพทย์อาวุโสไม่ไว้วางใจ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็มีบาดแผลจากการถูกกระทำ ในขณะที่ “นพ.ประดิษฐ” กำลังหาช่องที่จะเอาคืน

เมื่อเลือกแล้วก็มีราคาที่ต้องจ่าย แม้จะเอาใจช่วย “นพ.ณรงค์” แต่ดูเหมือนว่าทางรอดริบหรี่เต็มที